เกือบ 30 ปีที่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ได้ส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจจนสามารถสร้างรายได้และอาชีพให้กับชุมชนดอยตุง อีกทั้งยังลดการตัดต้นไม้ทำลายป่าได้อย่างยั่งยืน กาแฟถือเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจที่มูลนิธิฯ ส่งเสริมให้ชุมชนปลูก เพราะต้นกาแฟสามารถเติบโตได้ดีภายใต้ร่มไม้ใหญ่ ไม่ต้องตัดต้นไม้เพื่อทำการปลูกแต่อย่างใด แต่กลับอาศัยไม้ใหญ่เป็นร่มเงาให้กับต้นกาแฟ

ความพิเศษของกาแฟดอยตุงอยู่ที่ระดับความสูงของการเพาะปลูกและการพัฒนาสายพันธุ์ที่มูลนิธิฯ วิจัยและพัฒนาเอง ตลอดจนการดูแลตั้งแต่ศึกษาพื้นที่เพาะปลูก ออกแบบแปลงให้เหมาะสม เก็บเกี่ยวเฉพาะผลที่สุกกำลังดีด้วยมือทีละเม็ด เพื่อให้ได้ความหวานของกาแฟ และผ่านการแปรรูป หมัก สีเปลือก คั่ว ซึ่งแต่ละขั้นตอนมีความสำคัญทั้งนั้น เพราะถ้าหมักระยะเวลาเร็วไปก็จะไม่ได้รสชาติที่ดี ถ้าเก็บไม่ดีสารแร่ธาตุก็จะค่อยๆ หายไป แม้แต่อุณหภูมิที่ขึ้นๆ ลงๆ ก็จะมีผลต่อต่อปริมาณกลูโคส ทำให้ความหวานของกาแฟเจือจางลง

นอกจากนี้มูลนิธิฯ ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญอย่าง Mr. Jose Kawashima ผู้บริหารระดับสูงของ Sustainable Coffee Association of Japan และคอฟฟีฮันเตอร์ชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่น ผู้มีประสบการณ์เกี่ยวกับกาแฟมากกว่า 40 ปี และนักวิทยาศาสตร์ด้านกาแฟที่ทำงานร่วมกัน Dr. Tomohiri Ichiwaki ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการเพาะปลูกไปจนถึงการบรรจุมาให้คำแนะนำเพิ่มเติม

ด้วยความใส่ใจที่มีมากกว่า ทางโครงการฯจึงลดการใช้เครื่องจักรในบางขั้นตอนที่อาจทำให้เมล็ดกาแฟเสียหายเพื่อที่จะรักษาความชื้นในเมล็ดกาแฟให้ได้ 9-13% รวมถึงการคัดแยกเมล็ดให้ทุกเมล็ดมีขนาดห่างกันไม่เกิน 5% และที่สำคัญทุกเมล็ดถูกคั่วออกมาอย่างสมบูรณ์ ไม่มีรอยแตกร้าวเทียบเท่ามาตรฐานสากล ซึ่งเป็นมาตรฐานของกาแฟเกรดSpeciailty หรือกาแฟเกรดที่ดีที่สุด

webmaster
at  / by

Written by