เราทำค่ายเด็กใฝ่ดีไปทำไม?

การเติบโตขึ้นท่ามกลางสังคมเมืองที่สมบูรณ์พร้อมด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยในฝ่ามือ คุ้นชินกับภาพกลุ่มอาคารสูงระฟ้า ความแออัดของรถราและผู้คนทำให้ประสบการณ์ของ “เด็กเมือง” ส่วนใหญ่ในวันนี้ถูกฟูมฟักขึ้นในห้องเรียนสี่เหลี่ยม และโลกอินเทอร์เน็ต ทว่ากลับขาดซึ่งโอกาสที่จะสัมผัสกับพื้นที่เสริมสร้างประสบการณ์จริงทั้งในเชิงวิทยาศาสตร์และศิลปะ

โครงการ “ค่ายเด็กใฝ่ดี” โดย มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ จึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อมุ่งให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่า “คนต้องพึ่งพาอาศัยธรรมชาติเป็นหลัก” และถ้าเราไม่รักและหวงแหนธรรมชาติจะเกิดผลอะไรขึ้นบ้าง ซึ่งปัจจุบันดำเนินมาถึงรุ่นที่ 15 แล้ว และในปี 2561 ที่ผ่านมา ได้ร่วมกับ มูลนิธิกระต่ายในดวงจันทร์ นำเยาวชนในสังคมเมืองอายุระหว่าง 8-13 ปี ไปสัมผัสธรรมชาติและวัฒนธรรมของชุมชนที่อยู่กับป่าผ่านการเรียนรู้ “ศาสตร์” และ “ศิลป์” ซึ่งเป็นหนึ่งในปรัชญาการดำเนินพระชนม์ชีพของสมเด็จย่าบนพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุงฯ ที่มีความพร้อมในการเป็นห้องเรียนธรรมชาติ สังคม ศิลปะ และวัฒนธรรม ด้วยผืนป่าต้นน้ำที่มีความอุดมสมบูรณ์ และวิถีชุมชนที่มีความหลากหลาย

 

รูปแบบการทำค่าย

“ค่ายเด็กใฝ่ดี” เน้นการใช้หลักเหตุผล และศิลปะเป็นสื่อกลาง ด้วยหวังว่าจะทำให้เด็กๆ สามารถเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่รู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงและปรับตัวในโลกปัจจุบันและอนาคตได้ โดยมีการออกแบบเป็น 2 ประเภทคือ หลักสูตร 5 วัน มุ่งสร้างพื้นฐานให้เด็กได้เข้ามารับรู้และเข้าใจใช้ประโยชน์จากธรรมชาติ และหลักสูตร 7 วัน เพื่อเพิ่มกระบวนการให้เด็กได้ออกแบบและสร้างสรรค์ผลงานจากที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ

 

ขั้นตอนการทำค่าย

ทีมงานจะเริ่มต้นด้วยการประชุมถอดบทเรียนจากค่ายที่ผ่านมาเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับออกแบบพัฒนาการจัดค่ายครั้งใหม่ มีการสำรวจพื้นที่ที่มีความพร้อมด้านเนื้อหาสาระร่วมกับผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านพืชและแมลง และแบ่งทีมงานรับผิดชอบงานส่วนต่างๆ เช่น ส่วนงานท่องเที่ยว ส่วนงานยานยนต์ ส่วนงานห้องครัว ส่วนงานพัฒนาสังคม เป็นต้น ก่อนถึงกำหนดการ ฝ่ายสถานที่จะปรับปรุงพื้นที่ให้

มีความพร้อม สะดวก และปลอดภัยสำหรับเด็กๆ ส่วนทีมงานพี่เลี้ยงจะซักซ้อมเสมือนทำกิจกรรมจริง รวมถึงเชิญผู้ปกครองมาประชุมก่อนเริ่มค่าย เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันในเป้าหมาย และการเตรียมตัวเข้าค่ายของเด็กๆ เมื่อวันกิจกรรมมาถึง ทีมงานจะไปรอรับเด็กๆ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อเดินทางสู่โครงการพัฒนาดอยตุงฯ จังหวัดเชียงราย และดำเนินกิจกรรมไปจนเสร็จสิ้นตามกำหนดการ

 

ความเปลี่ยนแปลงของ “เด็กเมือง”

หลังการจัดค่าย ส่วนงานพัฒนาเด็กและเยาวชนจะเชิญผู้ปกครองมาประชุมอีกครั้ง เพื่อร่วมรับทราบข้อมูลของเด็กๆ ระหว่างอยู่ในค่าย และความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นหลังจบค่าย ซึ่งผู้ปกครองหลายท่านได้สะท้อนเสียงกลับมาว่า เด็กได้รับประสบการณ์ที่มากกว่าแค่ตัวหนังสือในตำรา

ผู้ปกครองเล่าว่า “ปกติเขาไม่ชอบแปรงฟันตอนเช้า แต่ตอนนี้เขาตื่นขึ้นมาทำทุกอย่างเอง แปรงฟัน อาบน้ำแต่งตัวไปโรงเรียน ช่วยล้างจาน รู้ว่าต้องเตรียมตัวอะไรบ้างก่อนเราจะออกจากบ้าน ผมรู้สึกว่าเขามีความรับผิดชอบและโตมากขึ้น”

“อีกเรื่องคือ ‘ความสัมพันธ์’ เห็นได้ชัดเลยเขาเปิดใจขึ้นมาก กลับมาวันหนึ่งเขียนตารางให้ยายชื่อ ตารางแก้โรคขี้ลืม ยายต้องทานข้าวเช้า เดินเล่น ดูทีวี และเต้นตามใจชอบ เขาเริ่มมีความเข้าใจในชีวิตแต่ละคน ซึ่งมันเป็นวุฒิภาวะอีกหนึ่งขั้นที่เขาโตขึ้น โดยที่เราไม่ได้คาดหวัง คงเพราะค่ายมีกิจกรรมให้เขาทำเป็นเวลา ขณะที่กรุงเทพฯ มันเล็กไปสำหรับเด็ก เด็กควรจะได้อยู่ในธรรมชาติ ในโลกที่กว้างใหญ่ ซึ่งมีอะไรที่น่าเรียนรู้อีกเยอะกว่าในห้องเรียน หรือในรั้วบ้านเรา…”

 

 

kao
at  / by

Written by