มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้พัฒนากระบวนการ “ระบบบำบัดน้ำเสีย” มาใช้ในโรงงานย้อมสีเส้นด้ายและโรงงานกระดาษสา ซึ่งมีต้นแบบมาจาก โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อม แหลมผักเบี้ยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ใช้หลักการธรรมชาติช่วยธรรมชาติ ใช้พืชมาช่วยบำบัดน้ำเสีย ร่วมกับ การเติมอากาศด้วยกังหันชัยพัฒนา

น้ำเสียจากโรงงานจะเข้าระบบบำบัดน้ำเสียประมาณ 10,000 ลบ.ม. ต่อปี (ขนาดเทียบเท่ากับสนามฟุตบอล ที่มีน้ำท่วม 1 เมตร) มีค่า pH BOD COD SS และสี ที่เกินมาตรฐานน้ำทิ้งอุตสาหกรรม แต่ยังไม่พบปัญหาเรื่องโลหะหนัก โดยน้ำเสียถูกปรับสภาพเบื้องต้น เพื่อลดค่า pH BOD SS จากนั้น ผ่านบ่อไร้อากาศ เพื่อแตกโมเลกุลสี ลดโลหะหนัก BOD SS จากนั้นผ่านบ่อเติมอากาศที่มีพืชปลูกอยู่ 5 ชนิด ได้แก่ กก แฝก ธูปฤาษี พุทธรักษา และผักตบชวา ที่ปลูกในแพ ปล่อยให้ลอยน้ำ และปลูกในรางพืช โดยรากพืชจะทำหน้าที่สำคัญในการเอาออกซิเจนจากอากาศลงมาในน้ำ และเป็นที่อยู่ของจุลินทรีย์ บ่อเติมอากาศนี้ทำหน้าที่ในการลด ค่า N P BOD SS อีกด้วย

หลังจากผ่านบ่อเติมอากาศ น้ำเสียจะถูกเก็บไว้ที่บ่อเก็บน้ำเสียที่บำบัดแล้ว เพื่อรอปั๊มไปรดน้ำต้นไม้ในบริเวณโรงงาน โดยปีที่ผ่านมาเราใช้น้ำที่บำบัดแล้วไป 500 ลบ.ม. จากผลตรวจน้ำทิ้ง จะเห็นว่าผ่านมาตรฐานน้ำทิ้งอุตสาหกรรมทุกค่า ยกเว้นค่าสี ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ในปี 2561 ซึ่งปัจจุบันเรายังคงทำการทดลองด้วยวิธีการใหม่ๆ เพื่อแก้ปัญหานี้ เช่น ใช้ถ่าน ใช้เคมี เช่น O3

ข้อดีของการบำบัดน้ำเสียด้วยวิธีนี้ คือทำให้เราประหยัดค่าเติมอากาศไปได้ 3 เท่า เมื่อเทียบกับระบบที่เติมอากาศด้วยเครื่องกลอย่างเดียว

ข้อมูลจาก : ศูนย์การเรียนรู้ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

    

AMP
at  / by

Written by