โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงราย มีเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ 11,000 คนจาก 6 ชนเผ่า ท่ามกลางความแห้งแล้งและความเป็นอยู่แร้นแค้นที่ดอยตุงเมื่อปี 2531 ชาวบ้านที่ดอยตุงต้องหาทางรอดด้วยการประกอบอาชีพผิดกฎหมาย เช่น การทำไร่เลื่อนลอย ปลูกฝิ่น และค้าประเวณี

แต่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงเล็งเห็นถึงต้นเหตุของปัญหาดังกล่าวว่าเกิดจากความยากจน และการขาดโอกาสในชีวิต มีพระวิสัยทัศน์ให้คนดอยตุงสามารถพึ่งพาตัวเองได้ และอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างพึ่งพาอาศัย การดำเนินโครงการจึงเป็นไปในรูปแบบ “ปลูกป่า ปลูกคน” หรือการแก้ปัญหาความยากจนที่ยึดคนเป็นศูนย์กลาง และยึดหลักความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจที่สมดุลกับความมั่นคงทางสังคม และความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ

การปลูกป่าที่ดอยตุง คือ จุดเริ่มต้นแห่งการคืนความสมบูรณ์จากสภาพป่าเขาที่เสื่อมโทรม พื้นดินที่หมดสภาพ ลำธารที่แห้งเหือด ปัจจุบันกลายเป็นป่าต้นน้ำอันอุดมสมบูรณ์ ป่าเศรษฐกิจ และป่าใช้สอยในสัดส่วนที่พอเหมาะเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนบนดอยตุง

ควบคู่กับการปลูกป่า คือ การปลูกคนให้พึ่งพาตนเองได้และพัฒนาชุมชนต่อไป มีการสร้างงานและอาชีพหลากหลายสำหรับคนที่มีความถนัดต่างกัน เช่น การปลูก แปรรูปกาแฟและแมคคาเดเมีย การผลิตงานหัตถกรรม งานบริการ การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ และเกษตรภูมิทัศน์ เป็นต้น สำหรับเยาวชนรุ่นใหม่ซึ่งจะเติบโตเป็นผู้นำในอนาคตนั้น โครงการพัฒนาดอยตุงฯ พัฒนาการศึกษาในโรงเรียนรวม 8 แห่งเพื่อสร้างพลเมืองที่ดี ให้มีภูมิคุ้มกัน พัฒนาตนเองและสังคมได้อย่างต่อเนื่อง

เมื่อปี 2546 สำนักงานควบคุมยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ได้ยกย่องหลักการพัฒนาของโครงการพัฒนาดอยตุงฯ ว่ามีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการลดปริมาณการปลูกพืชเสพติดและแก้ปัญหาความยากจนได้อย่างยั่งยืน