โครงการพัฒนาศักยภาพผู้หนีภัยด้านการเกษตรกรรมยั่งยืน อ.อุ้มผาง จ.ตาก

สืบเนื่องจากโครงการสำรวจข้อมูลผู้หนีภัยในศูนย์พักพิงชั่วคราวตามแนวชายแดนไทย–เมียนมาที่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ได้เข้าไปดำเนินการเมื่อปี ๒๕๕๖ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เล็งเห็นความจำเป็นของการเตรียมความพร้อมในการประกอบอาชีพให้ผู้หนีภัยหลังออกจากศูนย์พักพิงชั่วคราว จึงร่วมกับหน่วยงานบริหารราชการส่วนภูมิภาคอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก และผู้นำค่ายนุโพ จังหวัดตากจัดโครงการฝึกอบรมทักษะการเกษตรขึ้นระหว่างปี ๒๕๕๗ – ๒๕๕๙ ที่เน้นการเกษตรเพื่อบริโภคในครัวเรือน ควบคู่กับการพัฒนาระบบชลประทานให้เพียงพอต่อการอุปโภค บริโภคตลอดปี นอกจากนี้ ยังมีการสร้างเครือข่ายรักษาทรัพยากรธรรมชาติต้นน้ำแม่กลอง เพื่อฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม และให้ราษฎรในพื้นที่ตระหนักถึงประโยชน์ของทรัพยากรธรรมชาติด้วย
สืบเนื่องจากโครงการสำรวจข้อมูลผู้หนีภัยในศูนย์พักพิงชั่วคราวตามแนวชายแดนไทย–เมียนมาที่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ได้เข้าไปดำเนินการเมื่อปี ๒๕๕๖

โครงการพัฒนาการศึกษาและพัฒนาการปลูกชาน้ำมันและพืชน้ำมันอื่นๆ

เมื่อปีพ.ศ. ๒๕๔๙ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีมีพระราชดำริให้มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ดำเนินโครงการศึกษาและพัฒนาการปลูกชาน้ำมันร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนา ด้วยทรงเล็งเห็นว่า ผลผลิตของชาน้ำมันมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง และเป็นที่ต้องการของตลาดโลก สามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงให้ชุมชนในพื้นที่สูงได้ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ จึงนำตัวอย่างเมล็ดพันธุ์ของชาน้ำมันจากสาธารณรัฐประชาชนจีนมาทดลองปลูกในพื้นที่โครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ พื้นที่ปฏิบัติงาน FTP 33 หมู่บ้านปางมะหัน และหมู่บ้านปูนะ ตำบลเทอดไท อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ซึ่งมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ดำเนินการร่วมกับธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ระหว่างปีพ.ศ. ๒๕๔๘ – ๒๕๕๒ กุญแจความสำเร็จของการปลูกป่าเศรษฐกิจ คือ ให้ชุมชนได้ประโยชน์จากป่า และจัดสรรพื้นที่เพื่อรักษาป่าต้นน้ำให้อุดมสมบูรณ์

โครงการปลูกป่า สร้างคน บนวิถีพอเพียง รักษาต้นน้ำ บรรเทาอุทกภัย จังหวัดน่าน

โครงการปลูกป่า สร้างคน บนวิถีพอเพียง รักษาต้นน้ำ บรรเทาอุทกภัย ครอบคลุมพื้นที่ ๒๕๐,๐๐๐ ไร่ ใน ๒๐ หมู่บ้าน ๔ ตำบล ๓ อำเภอ ได้แก่ อำเภอสองแคว อำเภอท่าวังผา และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน เป็นโครงการต่อเนื่องจากโครงการปิดทองหลังพระ ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ โดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ร่วมมือกับสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ แก้ปัญหาความยากจนและยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่โครงการ โครงการกำหนดพื้นที่ปลูกและดูแลป่าเป็นสัดส่วน แบ่งออกเป็น ป่าอนุรักษ์ร้อยละ ๖๐ ป่าเศรษฐกิจร้อยละ ๒๐ และป่าใช้สอยร้อยละ ๘ บนฐานความเชื่อว่า การปลูกป่าที่ยั่งยืนต้องทำให้ชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและได้รับประโยชน์จากป่าด้วย โครงการจึงสนับสนุนการปรับปรุงระบบน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค ส่งเสริมอาชีพด้วยการพัฒนาการเกษตรและปศุสัตว์ การจัดตั้งกองทุนพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ และการแปรรูปผลผลิต เพื่อสร้างอาชีพเสริมและสร้างรายได้ที่มั่นคง เมื่อคนอยู่ได้ ป่าก็อยู่ได้

โครงการจัดทำข้อมูลประชากร

เมื่อปีพ.ศ. ๒๕๕๖ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ดำเนินการสำรวจข้อมูลผู้หนีภัยในพื้นที่พักพิงชั่วคราวตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา ๙ แห่งใน ๔ จังหวัด ตามที่ได้รับมอบหมายจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ เพื่อเตรียมการฝึกทักษะในการประกอบอาชีพให้ผู้หนีภัยสามารถใช้ชีวิตที่พึ่งพาตนเองได้ในอนาคต มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เริ่มดำเนินการสำรวจศูนย์พักพิงชั่วคราวแม่หละ อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก เป็นพื้นที่นำร่อง จากนั้นจึงดำเนินการสำรวจพื้นที่พักพิงฯ อีก ๘ ศูนย์ในจังหวัดตาก แม่ฮ่องสอน ราชบุรี และกาญจนบุรี โดยให้ความสำคัญกับความมีส่วนร่วมและความสมัครใจของผู้หนีภัยเป็นสำคัญ การสำรวจปัญหาและความต้องการในครั้งนี้นับเป็นโครงการสำรวจข้อมูลผู้หนีภัยที่ครอบคลุมและมีผู้เข้าร่วมมากที่สุด รวมทั้งสิ้นประมาณ ๑๑๐,๐๐๐ คน ผู้เก็บข้อมูลเป็นผู้หนีภัยในศูนย์พักพิงที่ผ่านการอบรมจากมูลนิธิฯ ๔๖๓ คน หลังการสำรวจเสร็จสิ้นลง มีการส่งมอบข้อมูลทั้งหมดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ UNHCR รัฐบาลไทย รัฐบาลเมียนมา และประเทศผู้สนับสนุนเงินทุน เพื่อเตรียมการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนของผู้หนีภัยต่อไปหลังจากที่ออกจากศูนย์พักพิงแล้ว