Create PDF Recommend Print

โครงการพัฒนาดอยตุง ชุบชีวิตชาวเขา

"โครงการพัฒนาดอยตุง" ซึ่งดำเนินงานโดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ได้ชุบชีวิตชาวเขาพลัดถิ่นให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น หลุดพ้นจากความยากจนและสามารถพึ่งพาตนเองได้ อันเป็นพระราชดำริของสมเด็จย่าฯ โดยมูลนิธิรอยเตอร์สัมภาษณ์คุณหญิงพวงร้อย ดิศกุล ณ อยุธยา อดีตผู้อำนวยการบริหารโครงการพัฒนาดอยตุงถึงการเป็นพันธมิตรกับอิเกีย เปิดโอกาสให้ชาวเขาสามารถผลิตสินค้าทำมือ สิ่งทอ เครื่องปั้นดินเผา และกระดาษสา ที่ร่วมสร้างสรรค์ขึ้นโดยศิลปิน วางจำหน่ายในร้านอิเกียทั้ง 6 ประเทศ ในแถบยุโรป

IMG_7115

แม้บรรดาชาวเขาที่หลบหนีความ ขัดแย้งในประเทศบ้านเกิดมาอาศัยอยู่ในภาคเหนือของประเทศไทย ต้องเผชิญความยากลำบากนานัปการ ทว่าคนกลุ่มนี้กลับยังมีช่องทางทำกินผ่านการผลิตสินค้าพื้นเมือง ซึ่งสินค้าแฮนด์เมดเหล่านี้ไม่ได้วางขายแค่ในไทยเท่านั้น แต่ยังส่งออกไปทั่วโลกด้วย เช่นกัน สถานการณ์ดังกล่าวคงจะเกิดขึ้นไม่ได้หากปราศจาก "โครงการพัฒนาดอยตุง" ซึ่งก่อตั้งขึ้นตามแนว พระราชดำริของสมเด็จพระศรีนคริน ทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่า เมื่อปี 1988 โดยโครงการนี้ถือเป็นหนึ่งในโครงการเพื่อสังคมที่เก่าแก่ที่สุดในสังคมไทย เพื่อช่วยเหลือชาวเขา พลัดถิ่นหรือไร้ที่อยู่โดยเฉพาะรอยเตอร์ส ฟาวเดชันรายงานว่า กระดาษเปลือกไม้ ซึ่งเป็นสินค้าทำมือของ คำ คำปูน วัย 60 ปี และผ้าทอพื้นเมืองของ นิตยา โสภณประกอบกิจ วัย 32 ปี สองชาวเขาที่ทำงานในโครงการพัฒนาดอยตุง วางจำหน่ายไปยังร้านอิเกียทั่ว 6 ประเทศยุโรปในขณะนี้ โดยสินค้าดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชั่นล่าสุดครั้งที่ 6 ภายใต้ความร่วมมือระหว่างทางโครงการกับ อิเกีย ซึ่งมีสินค้าจำหน่ายกว่า 2 แสนรายการ สร้างสรรค์ขึ้นโดยศิลปินประมาณ 300 ราย ครอบคลุมทั้งสิ่งทอ เครื่องปั้นดินเผา และกระดาษทำมือนิตยา เปิดเผยว่า ชีวิตก่อนหน้านี้ค่อนข้างยากลำบาก เพราะต้องอพยพย้ายที่อยู่หลายครั้ง และหาเลี้ยงชีพจากการทำเกษตรกรรมเพียงอย่างเดียว แต่เมื่ออพยพมาไทยและเข้าโครงการเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา นิตยาได้เรียนรู้วิธีทอผ้า รวมถึงสามารถอ่านเขียนภาษาไทยได้ด้วย ด้าน คำ เล่าว่า หนีสถานการณ์รุนแรงและความยากจนในรัฐฉาน ของเมียนมามายังไทย และโครงการดอยตุงทำให้คำมีอาชีพหาเลี้ยงครอบครัวมาแล้วถึง 14 ปี

ด้าน คุณหญิงพวงร้อย ดิศกุล  ณ อยุธยา อดีตผู้อำนวยการบริหารโครงการพัฒนาดอยตุง เปิดเผยกับรอยเตอร์ส ว่า การเป็นพันธมิตรกับ อิเกีย ช่วยให้โครงการดอยตุงมีกลยุทธ์การดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้ความร่วมมือระหว่างโครงการดอยตุงและอิเกีย นับว่าเป็นความร่วมมือเฉพาะ แต่ถือเป็นการเปิดทางให้ธุรกิจต่างๆ ในไทยหันมาเพิ่มโครงการพัฒนาสังคมมากยิ่งขึ่น เช่น ร้านกาแฟ อาข่า อาม่า ใน จ.เชียงใหม่ ที่ช่วยสร้างรายได้เพิ่มให้เกษตรกรท้องถิ่น

นอกจากนี้ โครงการเพื่อสังคม ยังได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลไทยด้วยเช่นกัน จากการก่อตั้งสำนักงานสร้างเสริมกิจการเพื่อสังคมแห่งชาติ (ทีเอสอีโอ) ในปี 2010

 

 

ข้อมูลจาก: นสพ.โพสต์ทูเดย์ 
คอลัมน์:โลกมองไทย 
วันพฤหัสบดีที่ 5 ตุลาคม 2560