Create PDF Recommend Print

รัฐฉาน สหภาพพม่า

 

สหภาพพม่า

สถานที่

หมู่บ้านหย่องข่า รัฐฉาน

 

ผู้ได้รับประโยชน์

6,022 คน

 

ระยะเวลาดำเนินการ

พ.ศ. 2545 – พ.ศ. 2547

 

ภาคีร่วม

รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสหภาพพม่า

 

ความเป็นมาของโครงการ

ก่อนที่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ จะเข้าไปดำเนินโครงการในสหภาพพม่า คนในพื้นที่เป้าหมายเสียชีวิตรายวันจากโรคมาลาเรีย วัณโรค และเจ็บป่วยด้วยโรคหิด และโรคติดต่ออื่นๆ ชาวบ้านไม่มีอาหารพอที่จะประทังชีวิตตลอดทั้งปี เด็กๆ ประสบกับภาวะขาดสารอาหาร ในปี พ.ศ. 2545 สหภาพพม่าได้ร้องขอให้มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ พร้อมด้วยการสนับสนุนด้านการเงินจากรัฐบาลไทย ดำเนินโครงการพัฒนาทางเลือกในการดำเนินชีวิตที่ยั่งยืนให้กับชนกลุ่มน้อยตามแนวชายแดนของสหภาพพม่า ซึ่งเดิมเคยหาเลี้ยงชีพด้วยการพึ่งพาการปลูกฝิ่น

 

กิจกรรมพัฒนาในหมู่บ้านหย่องข่า

มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เริ่มโครงการด้วยการนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เข้าไปให้การรักษาดูแลสุขภาพของคนในพื้นที่ ซึ่งนับเป็นวิธีการตอบสนองความต้องการเร่งด่วนลักษณะเห็นผลทันตา (Quick Hit) จึงเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้คนในพื้นที่มีต่อโครงการและทีมงานไปพร้อมกัน นอกจากนี้ โครงการยังได้จ้างแรงงานในพื้นที่สร้างโรงพยาบาลขนาด 16 เตียง และโรงเรียนสำหรับนักเรียน 500 คน ตามที่ชุมชนได้ระบุว่าเป็นเรื่องที่สำคัญสูงสุดที่พวกเขาต้องการ

สิ่งที่สำคัญกว่าสิ่งปลูกสร้างคือการสร้างคน เช่น การเพิ่มศักยภาพของบุคลากรด้านสาธารณสุขและด้านการศึกษา เพื่อช่วยให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ในเรื่องสุขภาพ เยาวชนในพื้นที่ได้รับการฝึกอบรมจากการปฏิบัติจริงให้เป็นหน่วยทันตกรรม เจ้าหน้าที่มาลาเรีย และเจ้าหน้าที่วัณโรค เพื่อช่วยดูแลสุขภาพโดยรวมของชุมชน และช่วยป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคต่างๆ ในเรื่องการศึกษา นอกจากการสร้างโรงเรียนแล้ว มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ยังช่วยออกแบบหลักสูตรเสริมทักษะการปฏิบัติจริง เช่น ทักษะด้านการเกษตร โดยนักเรียนจะใช้เวลาวันละ 1 ชั่วโมงในการเรียนรู้ทักษะด้านการเกษตรขั้นพื้นฐานในแปลงผัก เล้าไก่ และบ่อปลาของโรงเรียน ซึ่งนอกจากเป็นโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียนแล้ว ยังช่วยให้เด็กๆ สามารถกลับไปช่วยพ่อแม่ทำงานที่บ้านได้อีกด้วย

ในด้านการแก้ปัญหาปากท้องและพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน เจ้าหน้าที่ของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ช่วยชุมชนขุดคลองส่งน้ำยาว 30 กิโลเมตรและสร้างฝาย 6 ฝาย ด้วยงบประมาณเพียง 100,000 บาท โดยที่ไม่ใช้เครื่องจักรหรือน้ำมันแม้สักหยดเดียว

 

ชาวบ้านได้อะไร

ด้านสังคม

  • สุขภาพและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสาธารณสุขได้รับการยกระดับให้ดีขึ้น อัตราการติดเชื้อมาลาเรียลดลงจากร้อยละ 20 เหลือเพียงต่ำกว่าร้อยละ 2 ภายใน 3 ปี ในขณะที่ อัตราการเสียชีวิตลดลงเหลือศูนย์ในเวลาน้อยกว่า 1 ปี อันเป็นผลจากการฝึกอบรมบุคลากรด้านสาธารณสุข นอกจากนี้ ยังสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดต่ออื่นๆ ได้อีกด้วย
  • โครงการนำร่องนี้เป็นศูนย์การเรียนรู้ของภูมิภาค ชาวบ้านที่ได้รับการฝึกอบรมจากโครงการสามารถขยายประโยชน์ไปได้ถึง 100,000 คนทั่วรัฐฉาน

ด้านเศรษฐกิจ

  • คลองส่งน้ำซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 2,000 ไร่ ทำให้ชาวบ้านสามารถปลูกพืชยังชีพและพืชเศรษฐกิจได้ 3 ครั้งต่อปี และมีอาหารเพียงพอสำหรับรับประทานตลอดปี
  • หลังจาก 3 ปี โครงการนี้ลงทุนทั้งหมด 25,600,000 บาท (หรือ 4,240 บาทต่อคนต่อปี) และสามารถทำประโยชน์ให้กับชุมชนทั้งในรูปของเงินสดและสิ่งของ คิดเป็นมูลค่า 28,182,960 บาท (หรือ 4,680 บาทต่อคนต่อปี)

สถานะของโครงการ

โครงการดำเนินการจนถึง พ.ศ. 2547 เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในสหภาพพม่า และรัฐบาลใหม่ของสหภาพพม่าตัดสินใจที่จะหยุดความร่วมมือกับประเทศไทยในด้านการพัฒนาทางเลือกในการดำรงชีวิตที่ยั่งยืน