Create PDF Recommend Print

จังหวัดอาเจะห์ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย

 

สาธารณรัฐอินโดนีเซีย

สถานที่

จังหวัดอาเจะห์ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย

 

ระยะเวลาดำเนินการ 

พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 – ธันวาคม พ.ศ. 2553

 

ภาคีร่วม

รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย สำนักงานสหประชาชาติว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรม (UNODC) รัฐบาลท้องถิ่นของจังหวัดอาเจะห์ และมหาวิทยาลัย Syiah Kuala สำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ (TICA) กระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรไทย

ความเป็นมาของโครงการ

เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2548 รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย สำนักงานสหประชาชาติว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรม (UNODC) และรัฐบาลท้องถิ่นของจังหวัดอาเจะห์ได้ร้องขอให้มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ เข้าไปในจังหวัดอาเจะห์ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย เพื่อช่วยแก้ปัญหาการทำไร่กัญชา และฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ของชาวอาเจะห์และเศรษฐกิจโดยรวมของจังหวัด หลังจากประสบความขัดแย้งภายในประเทศตลอด 30 ปี และภัยซึนามิเมื่อปี พ.ศ. 2547 ด้วยแนวทางการแก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน

 

กิจกรรมพัฒนาในจังหวัดอาเจะห์

เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2549 มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เริ่มโครงการด้วยการสำรวจและศึกษาภูมิสังคมและภูมิศาสตร์ของกลุ่มหมู่บ้านลัมทูบา ซึ่งเป็นพื้นที่นำร่องสำหรับโครงการพัฒนาทางเลือกในการดำรงชีวิตที่ยั่งยืนในจังหวัดอาเจะห์ ต่อมาในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2551 มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ขยายกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตไปยังหมู่บ้านมาเฮง กิจกรรมประกอบด้วยการพัฒนาระบบชลประทาน แปลงเกษตรสาธิต และการให้บริการด้านสัตวบาล โดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ มีหลักการและจุดมุ่งหมายที่สำคัญในการดำเนินโครงการที่จังหวัดอาเจะห์ คือ การช่วยคนอาเจะห์ให้ช่วยคนอาเจะห์เอง

1. โครงการเตรียมความพร้อมด้านมาลาเรีย

เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2550 มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เริ่มโครงการจัดการมาลาเรียแบบองค์รวมในหมู่บ้านลัมทูบา จังหวัดอาเจะห์ เพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วนของชุมชนในขณะนั้น และเพื่อสร้างศรัทธาและความเชื่อมั่นของชุมชนท้องถิ่นต่อทีมงานและโครงการ คนในชุมชนได้รับการฝึกอบรมเพื่อเตรียมความพร้อมด้านมาลาเรียอย่างครบวงจร ทั้งด้านการตรวจเลือด วินิจฉัยโรคโดยการใช้กล้องจุลทรรศน์ การรักษา จ่ายยา และการควบคุมพาหะนำโรค ทำให้พวกเขาสามารถช่วยเหลือตนเองและหมู่บ้านใกล้เคียงในการป้องกันโรคมาลาเรีย ความสำเร็จของโครงการเป็นที่ยอมรับจากกระทรวงสาธารณสุขของสาธารณรัฐอินโดนีเซีย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอาเจะห์ มหาวิทยาลัยในสาธารณรัฐอินโดนีเซีย และองค์กรไม่แสวงหากำไรอื่นๆ ให้เป็นแนวทางการเตรียมความพร้อมทั่วทั้งจังหวัดอาเจะห์และจังหวัดอื่นๆ ในสาธารณรัฐอินโดนีเซีย

2. โครงการผลิตขาเทียม

เมื่อ พ.ศ. 2550 มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ร่วมมือกับมูลนิธิขาเทียมในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จัดตั้งศูนย์ผลิตขาเทียมที่โรงพยาบาล Zainoel Abidin เพื่อฝึกอบรมแพทย์ 1 คน บุคลากรทางการแพทย์ 2 คน และผู้ทุพพลภาพขาขาดอีก 4 คน ให้เป็นเจ้าหน้าที่ผลิตขาเทียมเพื่อช่วยเหลือผู้ทุพพลภาพรายอื่นต่อไป ปัจจุบัน ศูนย์ผลิตขาเทียมนี้ดำเนินงานโดยผู้ทุพพลภาพชาวอาเจะห์ที่ผ่านการฝึกอบรมแล้ว นับตั้งแต่เริ่มโครงการจนกระทั่งเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2553 บุคลากรที่ผ่านการฝึกอบรมสามารถผลิตขาเทียมได้รวมทั้งสิ้น 163 ขา ทำให้ผู้ทุพพลภาพรายอื่นๆ สามารถใช้ชีวิตปกติอย่างมีศักดิ์ศรีได้อีกครั้ง

3. ศูนย์พัฒนาชนบทอย่างยั่งยืน

เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2551 มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ร่วมกับมูลนิธิซัมบีโนและรัฐบาลท้องถิ่นของจังหวัดอาเจะห์ จัดตั้งศูนย์พัฒนาชนบทอย่างยั่งยืนขึ้นที่หมู่บ้านมาเฮง เพื่อเป็นสถานีสาธิตครบวงจรในเรื่องชลประทาน เกษตรกรรม ปศุสัตว์ และสุขอนามัยชุมชน ศูนย์พัฒนานี้ได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่าย รวมถึงหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องทั้งจากส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา หน่วยงานภาคเอกชน และชุมชน และปัจจุบัน ชุมชนเริ่มเข้ามาเป็นผู้ดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของศูนย์เองแล้ว ศูนย์พัฒนาฯ ต้อนรับผู้มาศึกษาดูงานกว่า 100 คน ซึ่งรวมถึงเจ้าหน้าที่จากส่วนราชการทั้งระดับชาติ และระดับภูมิภาค สถาบันการศึกษา และองค์กรระหว่างประเทศ เช่น คณะกรรมาธิการยุโรป หน่วยงานของสหประชาชาติ และธนาคารโลก โดยองค์กรเหล่านี้สามารถนำองค์ความรู้ที่ได้ไปขยายผลเพื่อยังประโยชน์ให้แก่ประชากรได้อีกมาก

 

ชาวบ้านได้อะไร

ด้านสังคม

  • โครงการจัดการมาลาเรียแบบองค์รวมที่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ดำเนินการที่กลุ่มหมู่บ้านลัมทูบา เมื่อ พ.ศ. 2549 ทำให้พื้นที่นี้สามารถลดอัตราการติดเชื้อมาลาเรียจากร้อยละ 2.17 เป็นร้อยละ 0.07 โดยไม่มีผู้เสียชีวิต และสามารถคงระดับอัตราการติดเชื้อนี้ไว้ได้ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ชาวบ้านที่ได้รับการฝึกอบรมสามารถช่วยเตรียมความพร้อมด้านมาลาเรียให้กับพื้นที่อื่นๆ นอกเหนือจากกลุ่มหมู่บ้านลัมทูบาได้ และท้องถิ่นก็ได้นำแนวทางนี้ไปเป็นส่วนหนึ่งของแผนงานด้วย
  • ศูนย์ผลิตขาเทียมสามารถผลิตขาเทียมได้กว่า 160 ขาสำหรับผู้ทุพพลภาพทั่วจังหวัดอาเจะห์ โดยคาดการณ์ไว้ว่าจะสามารถผลิตขาเทียมสำหรับผู้ทุพพลภาพชาวอาเจะห์ได้อีกกว่า 240 ขา

ด้านเศรษฐกิจ

  • กิจกรรมทางการเกษตรที่ศูนย์พัฒนาชนบทอย่างยั่งยืนที่หมู่บ้านมาเฮงสามารถสร้างรายได้กว่า 2 เหรียญสหรัฐต่อวันให้แก่ชาวบ้านกว่า 130 คน
  • ชุมชนมีรายได้เฉลี่ย ประมาณ 400 เหรียญสหรัฐต่อเดือน จากโรงสีข้าวที่โครงการได้มอบให้หมู่บ้านมาเฮงเพื่อตอบแทนอาสามัครชาวบ้านที่ช่วยกันในช่วงเริ่มต้นของโครงการ