Create PDF Recommend Print

อำเภอเยนันชอง สาธารณรัฐสหภาพพม่า


ผู้รับประโยชน์: 13,459 คน 3,218 หลังคาเรือน ใน 29 หมู่บ้าน

ระยะเวลาดำเนินโครงการ: พ.ศ. 2554 - 2559

หุ้นส่วนการพัฒนา

  • รัฐบาลเมียนมาร์ ผ่านกรมปศุสัตว์ กระทรวงปศุสัตว์ ประมง และการพัฒนาชนบท
  • รัฐบาลไทย ผ่านสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
  • มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์

ความเป็นมาของโครงการ

พื้นที่แห้งแล้งตอนกลางของเมียนมาร์ (Central Dry Zone) เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะพื้นที่เขตแล้งและยากจนที่สุดของประเทศเมียนมาร์ เมื่อ พ.ศ. 2552 องค์กรระหว่างประเทศมุ่งให้ความสนใจพัฒนาพื้นที่ประสบภัยพิบัติจากพายุไซโคลนนาร์กีสโดยเฉพาะ รัฐบาลเมียนมาร์ในขณะนั้นจึงเรียกร้องให้องค์กรระหว่างประเทศต่างๆ เข้าไปพัฒนาในเขตพื้นที่แห้งแล้งตอนกลางเพิ่มมากขึ้น

ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2553 มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ด้วยการสนับสนุนด้านงบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกันกับกรมปศุสัตว์ กระทรวงปศุสัตว์และประมงของเมียนมาร์ในขณะนั้น เพื่อดำเนินโครงการพัฒนาทางเลือกในการดำรงชีวิตที่ยั่งยืนในเขตอำเภอเยนันชอง ซึ่งเป็นเขตพื้นที่ที่ยากจนที่สุดในภาคมะกวย โดยครอบคลุม 16 หมู่บ้าน ใน 4 ตำบลเมื่อ พ.ศ. 2554 ก่อนจะขยายเพิ่มเติมอีก 13 หมู่บ้าน ใน 2 ตำบลตามคำร้องขอจากชุมชนเมื่อ พ.ศ. 2556

กิจกรรมการพัฒนา

โครงการพัฒนาที่อำเภอเยนันชอง มีระยะเวลาดำเนินการทั้งสิ้น 6 ปี เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาต่างๆ อย่างเป็นขั้นเป็นตอน และพัฒนาศักยภาพของชาวบ้านในพื้นที่ได้ตามกรอบเวลาที่เหมาะสม โครงการ มีจุดมุ่งหมายในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวบ้านให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ผ่านการสร้างความมั่นคงทางอาหาร ลดรายจ่ายในครัวเรือน และสร้างรายได้เพิ่มเติมให้แก่ครัวเรือน  

การพัฒนาใน 3 ปีแรก มุ่งเน้นการแก้ปัญหา “อยู่รอด” และความต้องการพื้นฐานของชุมชน กิจกรรมดังกล่าวครอบคลุมการพัฒนาแหล่งน้ำ การจัดตั้งกองทุนเซรุ่มแก้พิษงูเพื่อช่วยคนที่ถูกงูกัด การพัฒนาด้านพลังงานทางเลือก และการพัฒนาด้านปศุสัตว์ ทั้งนี้ ปัญหาการขาดแคลนน้ำส่งผลให้ศักยภาพด้านการเกษตรมีจำกัด วิถีชีวิตของชุมชนที่นี่จึงพึ่งพาปศุสัตว์เป็นหลัก และปศุสัตว์นับเป็นสินทรัพย์สำคัญของผู้คนในเขตพื้นที่แห้งแล้งนี้ ดังนั้น โครงการจึงให้ความสำคัญเป็นพิเศษแก่โครงการพัฒนาด้านปศุสัตว์แบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่สัตวบาล การจัดตั้งกองทุนยารักษาสัตว์ หรือการเพิ่มปริมาณปศุสัตว์ในพื้นที่ โดยปล่อยกู้แพะให้แก่ครัวเรือนที่ยากจนที่สุด ผ่านโครงการ “ธนาคารแพะ” รวมถึงการพัฒนาอาหารสัตว์ ทั้งนี้ การพัฒนาอาสาสมัครพัฒนาชุมชนให้เป็นเจ้าหน้าที่สัตวบาลนี้ ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ในเรื่องการดูแลสุขภาพสัตว์เท่านั้น แต่ยังช่วยพัฒนาศักยภาพให้พวกเขาเป็นสื่อกลางระหว่างโครงการและชุมชน ให้คนในพื้นที่เป็นศูนย์กลางของกระบวนการพัฒนาด้วยตนเอง และสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว

ก่อนสิ้นสุดปีที่ 3 ของการดำเนินงาน มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ได้ร่วมกับชุมชนในการสร้างทางเลือกเพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ยั่งยืนต่อไปในอนาคต โดยมุ่งเน้นกิจกรรมแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มแก่วัตถุดิบในท้องถิ่น เช่น ถั่วลิสง งา และน้ำตาลโตนด มีการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ตามความต้องการของตลาด จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์คุกกี้ถั่วลิสง ทอฟฟี่ถั่ว ถั่วตัด งาตัด และถั่วลิสงคั่ว ภายใต้แบรนด์ “Happy Owl” ซึ่งถือเป็นธุรกิจเพื่อสังคมที่จะพัฒนาความเป็นอยู่ของคนในชุมชนได้อย่างยั่งยืนหลังจากโครงการฯ สิ้นสุดลงใน พ.ศ. 2559