Create PDF Recommend Print

โครงการพัฒนาทางเลือกเพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ยั่งยืน จังหวัดท่าขี้เหล็ก และจังหวัดเมืองสาด รัฐฉาน สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์

 

พื้นที่  ตำบลลอยตอคำ จังหวัดท่าขี้เหล็ก ตำบลซาโทน ตำบลทะลาง และพื้นที่เมืองตูม จังหวัดเมืองสาด รัฐฉาน สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์

ผู้รับประโยชน์  ประชากร 13,156 คน 2,466 ครัวเรือน จาก 4 ชนเผ่าใน 56 หมู่บ้าน 

ระยะเวลาดำเนินการ   พ.ศ. 2556 - 2561

หุ้นส่วนการพัฒนา

  • รัฐบาลเมียนมาร์ ผ่านสำนักกรรมการกลางเพื่อการควบคุมยาเสพติด สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์
  • รัฐบาลไทย ผ่านสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.)
  • กรมความก้าวหน้าพื้นที่ชายแดนและชาติพันธุ์ 
  • มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ 

ความเป็นมาของโครงการ

เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2555 รัฐบาลไทยและรัฐบาลเมียนมาร์ ได้จัดการประชุม ‘Central Level Consultation Meeting on Alternative Development Project between Myanmar and Thailand’ ร่วมกัน ณ จังหวัดท่าขี้เหล็ก พร้อมทั้งเดินทางศึกษาดูงานจากพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาทางเลือกในการดำรงชีวิตที่ยั่งยืน ณ โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงราย โดยมีความมุ่งมั่นเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาความยากจน อันเป็นต้นเหตุที่แท้จริงของปัญหานานับประการในสังคม และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่เขตติดต่อระหว่างประเทศ การประชุมดังกล่าวนำไปสู่การลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกันในการดำเนินโครงการพัฒนาทางเลือกเพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ยั่งยืนไทย–เมียนมาร์ ระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลเมียนมาร์ เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2555 ณ โครงการพัฒนาดอยตุงฯ โดยมีกรมความก้าวหน้าพื้นที่ชายแดนและชาติพันธุ์ และมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เป็นผู้ดำเนินโครงการ

โครงการมีระยะเวลาดำเนินการ 6 ปี ในระยะแรกจะเน้นการส่งเสริมให้ชุมชน “อยู่รอด” มีสุขภาพอนามัยที่ดี มีความมั่นคงทางอาหารและมีรายได้เพียงพอต่อการยังชีพ และระยะที่สอง โครงการมุ่งเน้นที่จะส่งเสริมให้ชุมชน "อยู่ด้วยตนเองและพัฒนาต่อไปได้" ด้วยการสนับสนุนการด้านการแปรรูป และสร้างภูมิคุ้มกันให้ชุมชนอยู่รอดและดำเนินโครงการพัฒนาต่างๆ ต่อไปได้ด้วยตนเอง

กิจกรรมพัฒนา

ชาวบ้านในพื้นที่ประสบปัญหาด้านสุขภาพอนามัยพื้นฐาน โครงการจึงได้จัดการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้บริการการรักษาโรคทั่วไปขึ้นแก่ ได้แก่ ทันตกรรม การตรวจเชื้อมาลาเรีย ไข้เลือดออก และวัณโรค เนื่องจากการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เป็นกิจกรรมที่เห็นผลเร็ว และช่วยสร้างความเชื่อมั่นของชาวบ้านต่อโครงการ การดำเนินการด้านสาธารณสุขเชิงรุกก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการรักษาพยาบาล

โครงการจึงคัดเลือกตัวแทนชาวบ้านที่สนใจเข้ารับการอบรมเป็นอาสาสมัครสาธารณสุข มีหน้าที่ช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ในการดำเนินการเชิงรุก ให้ความรู้ด้านสุขอนามัยพื้นฐาน ทั้งยังดูแลและป้องกันโรคระบาดในชุมชน โครงการยังได้เพิ่มศักยภาพบุคลากรด้านสาธารณสุขชาวเมียนมาร์ผ่านการจัดการอบรมความรู้เฉพาะด้าน นอกจากนี้ ยังมีการสนับสนุนยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมถึงการปรับปรุงสถานีอนามัยในพื้นที่โครงการให้มีศักยภาพในการรองรับผู้ป่วยได้มากขึ้น

ส่วนการดำเนินกิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตนั้น โครงการได้เริ่มพัฒนาระบบน้ำเป็นกิจกรรมแรกๆ เพื่อให้ชาวบ้านสามารถเข้าถึงน้ำสะอาดเพื่อการอุปโภคบริโภค และการเกษตรได้ โครงการสนับสนุนเฉพาะด้านเทคนิคและอุปกรณ์ก่อสร้าง โดยชาวบ้านในพื้นที่เป็นผู้ลงแรง และตั้งกฎระเบียบการใช้น้ำร่วมกันเพื่อสร้างความยั่งยืนในการดำเนินโครงการ  

ต่อมา เมื่อแหล่งน้ำได้รับการพัฒนา และต้นทุนน้ำในพื้นที่มีเพิ่มมากขึ้น โครงการได้จัดตั้งธนาคารเมล็ดพันธุ์ขึ้น เป็นการสนับสนุนให้ชาวบ้านปลูกพืชหลังนาเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารในพื้นที่ควบคู่กับการเพิ่มรายได้ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมด้านการเกษตรอื่นๆ ได้แก่ การจัดตั้งแปลงสาธิตด้านการเกษตร และการแจกกล้าไม้ผล และไม้ยืนต้นเพื่อเพิ่มรายได้แก่ชาวบ้านในระยะยาว

ปศุสัตว์เป็นสินทรัพย์สำคัญของชาวบ้านในพื้นที่โครงการ โครงการได้มีการพัฒนาด้านปศุสัตว์ โดยคัดเลือกอาสาสมัครปศุสัตว์ประจำหมู่บ้าน และจัดการอบรมเพื่อให้อาสาสมัครเหล่านี้มีความรู้ด้านสัตวบาลเพื่อลดอัตราการตายของปศุสัตว์ และลดรายจ่ายของชาวบ้านในพื้นที่โครงการ โดยได้รับความร่วมมืออย่างดีจากกรมปศุสัตว์ กระทรวงปศุสัตว์และประมง และการพัฒนาชนบท สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ อาสาสมัครปศุสัตว์เหล่านี้ได้รับการสนับสนุนยา และจัดการกองทุนยาสำหรับปศุสัตว์ประจำหมู่บ้าน และออกหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ ให้บริการการฉีดวัคซีนป้องกันโรคแก่ปศุสัตว์อีกด้วย นอกจากนี้ โครงการยังได้ส่งเสริมการจัดตั้งธนาคารหมู แจกจ่ายหมูพันธุ์เหมยซานให้ชาวบ้านที่สนใจและมีความพร้อม โดยโครงการจะเก็บลูกหมูคืนเข้ากองทุนหมุนเวียนต่อไป โครงการยังได้วางแผนจัดตั้งธนาคารปศุสัตว์อื่นๆ เช่น ไก่ แพะ และพันธุ์ปลา ตามความต้องการของชาวบ้านในระยะต่อไปอีกด้วย

นอกเหนือจากกิจกรรมที่กล่าวมาข้างต้น โครงการได้จัดสร้างโรงเรียน 2 แห่ง ณ พื้นที่ตำบลลอยตอคำ และอีก 1 แห่งที่ตำบลทะลางเพื่อสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาให้แก่เยาวชนในพื้นที่

ใน พ.ศ. 2558 โครงการจะดำเนินกิจกรรมพัฒนาต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาความมั่นคงด้านอาหาร และดำเนินกิจกรรมเพิ่มรายได้ให้แก่ชาวบ้าน เพื่อยกระดับรายได้ของชาวบ้านในพื้นที่โครงการให้อยู่เหนือเส้นมาตรฐานความยากจนของเมียนมาร์ (1.25 เหรียญสหรัฐ/วัน) เมื่อสิ้นสุดโครงการ