Create PDF Recommend Print

รวมพลคนสร้างฝายที่กาฬสินธุ์

วันพุธที่ 16 สิงหาคม 2017 เวลา 13:03 น.


รวมพลคนสร้างฝายที่กาฬสินธุ์เมื่อเร็วๆนี้  หม่อมราชวงศ์ดิศนัดดา  ดิศกุล ประธานคณะกรรมการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ เลขาธิการมูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ และประธานมูลนิธิรากแก้ว ได้ไปร่วมงานและกล่าวในงาน “รวมพลคนสร้างฝาย” ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์  โดยในงานได้มีการเสวนาถ่ายทอดประสบการณ์จากหัวใจของครูฝาย ผู้บริหารจังหวัดและอำเภอ 5 จังหวัดรวมถึงหน่วยงานภาคีเช่น มูลนิธิปิดทองหลังพระฯที่มีประสบการณ์จริงในการสร้างฝายมีชีวิต เป็นการขับเคลื่อนการประยุกต์ใช้แนวทางพระราชดำริเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาชนบทเชิงพื้นที่ ซึ่งจังหวัดกาฬสินธุ์ได้ทำจนประสบความสำเร็จเป็นต้นแบบให้กับอีกหลายจังหวัด

ประเด็นสำคัญที่ทำให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จ พอจะสรุปได้อย่างย่อๆ คือ 

อันดับแรกต้องทำความเข้าใจกับชุมชนก่อน และ 70% ของการทำประชาคมชุมชนต้องเห็นด้วย โดยให้ความรู้กับชุมชนว่าทำแล้วสิ่งที่ชาวบ้านจะได้รับกลับมาคืออะไร ซึ่งมันมากและยั่งยืนกว่าที่เคยทำมาแบบเดิมๆ  ที่อีสานแล้งเพราะไม่สามารถเก็บน้ำไว้ได้ น้ำไหลผ่านไปหมด เวลาฤดูฝนน้ำก็ท่วม

การสร้างฝายต้องอาศัยครูฝายคือผู้ที่มีความรู้และทุ่มเทหัวใจอย่างแท้จริงเป็นผู้ช่วยเหลือ  ใช้อุปกรณ์ที่หาได้ในพื้นที่ เช่น ไม้ไผ่ ถุงปุ๋ยก็สามารถทำกระสอบทรายได้ เชือก เป็นต้น  เป็นการลงทุนน้อยแต่ได้ผลมากและยั่งยืน เราต้องเปลี่ยนน้ำให้กลายเป็นเงิน เมื่อมีน้ำก็จะมีป่า มีอาชีพใหม่ๆเกิดขึ้น เช่น หาปลา ปลูกผักริมน้ำ ป่าเป็นเหมือนตู้เย็นที่เราจะเก็บกินได้ไปตลอด  เป็น sustainable development อย่างแท้จริง ถ้ามองให้ดีแล้วแม้คนจะสร้างฝาย แต่ขณะเดียวกันฝายก็สร้างคนเช่นกัน

สร้างคนก่อนสร้างฝายด้วยการสร้างทัศนคติว่าเราทำได้ ปัญหาของเราเราต้องช่วยกันแก้เอง ช่วยตัวเอง อย่ามัวรอให้ใครมาช่วยหรือรอรัฐบาล ฝายจะสำเร็จได้ ต้องอย่ามองแต่ประโยชน์ของตัวเองแต่ให้มองที่ประโยชน์ของส่วนรวม เราต้องเป็นชุมชนที่คิดถึงคนอื่นมากกว่าตัวเอง เมื่อทุกคนร่วมใจกันก็จะกลายเป็นชุมชนเข้มแข็ง เกิดความภาคภูมิใจที่ว่าฝายนี้เราทำเอง เราทำได้ เกิดมิติใหม่คือจิตอาสา เป็นการระเบิดจากภายใน ซึ่งเดินตามศาสตร์ของพระราชาตามพระราชปณิธานของในหลวงรัชกาลที่ 9 และสอดคล้องกับพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 10 ที่ทรงให้ “คิดดี ทำดี มีจิตอาสา”

รวมพลคนสร้างฝายที่กาฬสินธุ์รวมพลคนสร้างฝายที่กาฬสินธุ์

ชุมชนต้องมีส่วนร่วม ต้องศึกษาพื้นที่ที่จะสร้างด้วยตัวเอง กำหนดจุดเอง และลงแรงเอง เพื่อจะได้รู้สึกเป็นเจ้าของ เมื่อเป็นเจ้าของก็จะช่วยกันดูแล ต้องระเบิดจากข้างใน ที่ชุมชนป็นคนสร้างเอง ดูแลรักษาเอง และใช้ประโยชน์เอง   แต่ที่ขาดไม่ได้คือการประสาน 3 ส่วน คือภาคราชการ เอกชน และชุมชน เมื่อราชการเข้ามามีส่วนร่วมระยะเวลาที่ใช้ในการดำเนินงานก็จะลดลงได้ถึง 5-10 เท่า ที่สำคัญทุกคนต้องยึดหลักคุณธรรม เสียสละ อดทน และพากเพียรโครงการจึงจะประสบความสำเร็จ

อีกประการหนึ่งที่สำคัญคือ ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือส่วนงานที่เกี่ยวข้องต้องเป็นนักพัฒนา ต้องเห็นความสำคัญและร่วมด้วย ผู้นำต้องลงพื้นที่จริง ไม่ใช่ให้แค่ชุมชนทำฝ่ายเดียว     

 รวมพลคนสร้างฝายที่กาฬสินธุ์รวมพลคนสร้างฝายที่กาฬสินธุ์

พระมหาสุภาพซึ่งเป็นจุดศูนย์รวมใจชาวบ้านหรือที่หม่อมราชวงศ์ดิศนัดดาเรียกว่าเป็น magnet และเป็นบุคคลสำคัญที่ผลักดันให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จได้กล่าวไว้อย่างจับใจว่า “ปาฎิหารย์ไม่ใช่ฤทธิ์ แต่เป็นการสร้างสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ นี่ต่างหากคือปาฏิหารย์ที่แท้จริง “

ฝายที่ขณะนี้สร้างเสร็จแล้ว 69 ฝาย และมีกำหนดจะให้ครบ 90 ฝายในเดือนสิงหาคมนี้เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ฝายเหล่านี้กำลังขยายตัวโดยธรรมชาติ  เพียงทำแค่หมู่บ้านละฝาย นั่นหมายถึงจะมีฝายเกิดขึ้นอีก 80,000 ฝายทั่วประเทศ.

...ปาฏิหารย์ที่แท้จริงได้เกิดขึ้นแล้วที่กาฬสินธุ์และปาฏิหารย์นี้กำลังขยายตัวไปยังจังหวัดอื่นเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับสังคมไทย