หากรู้แต่ไม่ทำ… พูดไปก็เท่านั้น

คุณรู้ไหมเป้าหมายของการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals) ที่สหประชาชาติกำหนดไว้มีกี่ข้อ? แล้วมีอะไรบ้าง?

เป้าหมายของการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่สหประชาชาติกำหนดไว้มีด้วยกัน 17 ข้อ โดยทั้งหมดเน้นไปที่คุณภาพชีวิตของคนเป็นหลัก ว่าถ้าหากเขามีการศึกษาและความเป็นอยู่ที่ดี ก็จะส่งผลให้เขาหลุดพ้นจากความยากจน สิ่งดีๆ ก็เกิดขึ้นตามมา ไม่ว่าจะเป็น เรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องสังคม เรื่องเศรษฐกิจระดับชุมชน ต่อเนื่องกันราวปฏิกิริยาลูกโซ่ ยกตัวอย่างเช่น หากคนลดการใช้พลาสติก โรงงานพลาสติกก็ลดกำลังการผลิตลง ผู้จัดจำหน่ายเริ่มมองหาวัสดุทางเลือกที่ย่อยสลายได้ นักวิทยาศาสตร์พัฒนาวัสดุที่สามารถย่อยสลายได้มากขึ้น ฯลฯ จะว่าไปก็คล้ายคลึงกับทฤษฎีความโกลาหล (Chaos Theory) ที่ว่า “ผีเสื้อกระพือปีกเบาๆ ในฮ่องกง แต่อาจก่อให้เกิดพายุไต้ฝุ่นที่นิวยอร์ก” (Butterfly Effect) ดังนั้นตราบใดที่เรายังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม คนปลูกต้นไม้ก็จะปลูกไป คนตัดต้นไม้ก็จะตัดไป …เท่านั้น

 

เป้าหมายทั้ง 17 ข้อ ของสหประชาชาติ

 

ภายใต้เป้าหมายการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนทั้ง 17 ข้อนี้ ปัญหาที่ถูกกำหนดให้เป็นวาระที่ต้องเร่งแก้ไขเป็นลำดับแรกก็คือ การขจัดความยากจน (No Poverty) เพราะความยากจนเป็นแรงผลักดันให้มนุษย์ทำทุกอย่างเพื่อความอยู่รอด โดยไม่คำนึงถึงธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม หรือแม้แต่อนาคตของลูกหลานเราเอง ในทางกลับกัน เมื่อคนเราสามารถเข้าถึงระบบการศึกษา ระบบสาธารณูปโภคที่มีประสิทธิภาพ เริ่มมีอาชีพสร้างรายได้ให้ตัวเองและครอบครัว เมื่อนั้นการพัฒนาจะขยายขอบเขตจากตัวเราไปสู่คนรอบข้าง ชุมชน รวมถึงพื้นที่ที่แวดล้อมเราอยู่

จะเห็นได้ว่าแนวทางการดำเนินงานของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ในการทำงานของมูลนิธิเป็นการมุ่งสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีในเรื่องการพัฒนาคนให้หลุดพ้นจากความ “เจ็บ จน ไม่รู้” และการ “ปลูกป่า ปลูกคน” ซึ่งเพียงแค่ 2 แนวคิดนี้ ก็กล่าวได้ว่าสามารถตอบโจทย์เป้าหมาย SDGs ได้อย่างครบถ้วน โดยที่เป็นรูปธรรมชัดเจน เช่น โครงการพัฒนาดอยตุงฯ จ.เชียงราย หรือโครงการปลูกป่า สร้างคน บนวิถีพอเพียง รักษาต้นน้ำ บรรเทาอุทกภัย จ.น่าน ซึ่งประสบความสำเร็จด้วยพลังใจของชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานที่ร่วมเรียนรู้ปัญหา หาแนวทาง และลงมือปฏิบัติ จนชาวบ้านพึ่งพาตนเองได้ มีทักษะความรู้ในการประกอบอาชีพ ตระหนักถึงการรักษาผืนป่าต้นน้ำอันเป็นบ่อเกิดของชีวิต และทั้งชุมชนอยู่ร่วมกับธรรมชาติ หรือกล่าวอย่างง่ายได้ว่า เมื่อชาวบ้านขายของได้ หมู่บ้านมีรายได้ พวกเขาก็มีเงินส่งลูกส่งหลานไปเรียน ไปโรงพยาบาล ดูแลธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่จะนำมาใช้ประกอบอาชีพ ไปตามลำดับ เป็นวงจรห่วงโซ๋ความสัมพันธ์และการดำรงอยู่ร่วมกันระหว่างคน เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

เป้าหมายของ SDGs มีระยะเวลาประมาณ 20 ปี และจะครบกำหนดวาระในปี 2030 เมื่อถึงเวลานั้น เราอาจเห็นว่าสิ่งที่เราเริ่มต้นทำตั้งแต่วันนี้ ได้ส่งผลให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นในอีกหลายสิบปีข้างหน้า ดังนั้น หากคุณอยากจะช่วยโลก ลองเริ่มต้นจากตัวเอง จงเป็นผีเสื้อตัวนั้นที่กระพือปีก แล้วแรงกระเพื่อมที่ว่านี้จะค่อยๆ ขยายไปสู่ขอบเขตที่กว้างขึ้น ร่วมเดินไปสู่ SDGs ด้วยกัน เพราะถ้าคุณรู้แต่ไม่ทำ… “พูดไปก็เท่านั้น”

 

 

kao
at  / by

Written by