Print

ผู้ทรงก่อตั้ง

สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
ผู้ทรงก่อตั้งมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์

“ยูเนสโก (UNESCO) หรือ องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติบันทึกพระนามสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีไว้ในปฏิทินบุคคลสำคัญของโลกประจำปี พ.ศ. 2543 (ค.ศ. 2000) ในฐานะที่ทรงมีผลงานดีเด่นเพื่อส่วนรวม ในด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ประยุกต์ การพัฒนามนุษย์ สังคม และสิ่งแวดล้อม”

 

ชีวิตสามัญกับโอกาส

ชีวิตสามัญกับโอกาส ชีวิตสามัญกับโอกาศ

พระนามเดิมของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี คือ สังวาลย์

เด็กหญิงสังวาลย์กำเนิดในครอบครัวช่างทอง บิดาถึงแก่กรรมตั้งแต่เล็ก มารดาจึงเป็นผู้เลี้ยงดูเด็กหญิงสังวาลย์และน้องชายเพียงลำพัง และด้วยความที่มารดาเป็นผู้รู้หนังสือ จึงได้สอนหนังสือขั้นต้นแก่เด็กหญิงสังวาลย์

ด้วยนิสัยรักดีที่ชอบการเรียนรู้และการอ่าน ร้านหนังสือเช่าจึงเป็นสถานที่ที่เปิดโลกการเรียนรู้ของเด็กหญิงสังวาลย์ เพราะความเอ็นดูของเจ้าของร้าน เด็กหญิงสังวาลย์ได้อ่านหนังสือหลายต่อหลายเล่มโดยไม่ต้องเสียสตางค์ และโชคดีที่ได้เรียนหนังสือในวัด ต่อมา
เข้าโรงเรียนศึกษานารี แต่ต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน เพราะทางบ้านไม่มีเงินจ่ายค่าเล่าเรียน

 

โอกาสกับการเรียนรู้

โอกาสกับการเรียนรู้ โอกาสกับการเรียนรู้

เมื่อมีอายุได้ 7 ขวบ เด็กหญิงสังวาลย์เข้าถวายตัวเป็นข้าหลวงของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ และได้เรียนหนังสือจนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 พออายุ 13 ปี ได้ตัดสินใจเข้าเรียนที่โรงเรียนแพทย์ผดุงครรภ์และหญิงพยาบาลศิริราช และต่อมาได้รับพระราชทานทุนจากสมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี เพื่อไปศึกษาต่อวิชาพยาบาลที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อ พ.ศ. 2460

 

คู่ชีวิตเจ้าฟ้า

คู่ชีวิตเจ้าฟ้า คู่ชีวิตเจ้าฟ้า

การไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกาทำให้นางสาวสังวาลย์ได้รู้จักกับสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ซึ่งกำลังทรงศึกษาวิชาแพทยศาสตร์อยู่ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในขณะนั้น ต่อมา สมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลทรงอภิเษกสมรสกับนางสาวสังวาลย์ที่วังสระปทุมในปี พ.ศ. 2463

 

คู่ชีวิตคือแรงบันดาลใจ

คู่ชีวิตคือแรงบันดาลใจ002-1

หลังจากพิธีอภิเษกสมรส หม่อมสังวาลย์ตามเสด็จฯ พระสวามีที่ไปศึกษาต่อวิชาแพทย์ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดและสถาบันเทคโนโลยี แมสซาชูเซตส์ เมืองบอสตัน ในโอกาสนั้นหม่อมสังวาลย์ ได้เข้าเรียนหลักสูตรเตรียมพยาบาลที่วิทยาลัยซิมมอนส์ เมืองบอสตัน ระหว่างที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันนั้น หม่อมสังวาลย์เห็นความตั้งใจเรียนและการทรงงานหนักของสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร์ แม้จะทรงพระประชวรหนักในปีสุดท้ายของการศึกษา แต่สามารถสอบได้ปริญญาแพทย์ศาสตร์ขั้นเกียรตินิยมสำเร็จ เพื่อจะนำวิชาความรู้กลับมาช่วยเหลือประชาชนให้พ้นจากความเจ็บป่วยและทุกข์ยาก

เมื่อทรงสำเร็จการศึกษา สมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร์เสด็จกลับเมืองไทยพร้อมด้วยครอบครัวราชสกุลมหิดล และสิ้นพระชนม์ในปี พ.ศ. 2472 สมเด็จพระบรมราชชนนีจึงทรงอภิบาลพระราชโอรส พระราชธิดาโดยลำพังนับแต่นั้นเป็นต้นมา โดยเสด็จไปประทับ ณ เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมพระราชโอรส พระราชธิดาเพื่ออนาคตด้านการศึกษาของทั้ง 3 พระองค์ ต่อมาพระราชโอรส 2 พระองค์ได้เสด็จขึ้นครองราชย์สมบัติเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 8 และรัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี

 

ความทุกข์ยากของประชาชนคือแรงบันดาลใจ

ความทุกข์ยากของประชาชนคือแรงบันดาลใจ ความทุกข์ยากของประชาชนคือแรงบันดาลใจ ความทุกข์ยากของประชาชนคือแรงบันดาลใจ

เมื่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเสด็จนิวัติประเทศไทยในปี พ.ศ. 2506 พระองค์ทรงเสด็จเยี่ยมราษฎรและตำรวจตระเวนชายแดนทั่วประเทศ และทรงริเริ่มโครงการต่างๆ เพื่อแก้ไขความทุกข์ยากของราษฎรในท้องถิ่นที่ห่างไกลความเจริญ ให้พสกนิกรเหล่านั้นมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงงานอย่างต่อเนื่อง และยึดมั่นในการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทยจวบจนวาระสุดท้ายของพระชนม์ชีพ และเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 มีพระชนมายุ 95 พรรษา

 

แม่ฟ้าหลวง

แม่ฟ้าหลวง แม่ฟ้าหลวง แม่ฟ้าหลวง

ชาวไทยภูเขาถวายพระสมัญญานาม “แม่ฟ้าหลวง” แด่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องจากพระองค์เสด็จด้วยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง ในการเยี่ยมราษฎรชาวไทยภูเขาที่มีชีวิตความเป็นอยู่ลำบากในถิ่นทุรกันดาร และพื้นที่ห่างไกล

เมื่อเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งลงจอด สมเด็จย่าเสด็จมาพร้อมกับความช่วยเหลือด้านการแพทย์ การสาธารณสุข เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม และอาหาร ในสายตาของชาวไทยภูเขา จึงเปรียบเสมือนพระองค์เสด็จมาจากฟากฟ้าเพื่อปัดเป่าทุกข์ และช่วยให้พวกเขามีชีวิตที่ดีขึ้น

"แม่ฟ้าหลวง" จึงเป็นพระนามที่เต็มไปด้วยความเคารพรักบูชาจากหัวใจราษฎรชาวไทยภูเขาทุกคน